ดรีมทีมเมืองสิงโตคำราม

อดีตวันวาน, กลุ่มชาติอังกฤษเคยมีบุคคลหลายรายเป็นหัวใจสำคัญของกลุ่มในช่วง ''Golden Generation'' พอเพียงจะคิดได้กันมั้ย? เริ่มจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน ที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น, สตีเว่น  เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, แอชลี่ย์ วัวล, เดวิด เบ็คแฮม รวมถึงFun88พอล สโคลส์ ฯลฯ
บางบุคคลขึ้นทำเนียบกลุ่มชาติในระยะเวลาใกล้เคียงกันเป็นต้นว่า พบร์ราร์ด เล่นให้สิงโตคำรามหนแรกปี 2000 วัวล เริ่มต้นปี 2001 พูดได้ว่าโตมาพร้อมๆกัน หรือแม้ เบ็คแฮม ที่ขึ้นชั้นเล่นให้ชาติบ้านเกิดตั้งแต่ 1996 แต่รับใช้ถึงปี 2009 ก็ทันเล่นด้วยกันใช้เวลายาวนานหลายปีอยู่สนิทสนมขนาดไหนอาจไม่ต้องพูดถึง วันนั้นกับวันนี้แทบจะไม่ได้มีความแตกต่างตบหัวเตะก้นได้สบายหรือจะซี้ย่ำปึ้กมากกว่านั้น ถึงขั้นใช้ผู้หญิงผู้เดียวกันเลยก็มี HA
ด้วยความเกี่ยวเนื่องอันเหนียวแน่นระหว่างแข้งกลุ่มนี้นี่แหละที่ทำให้ชมรมบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ผุดโปรเจกต์อนาคตเอาไว้อย่างน่าดึงดูดโน่นเป็น…โกลเดน เจเนเรชั่น รียูเนี่ยน!
เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ บอร์ดบริหารเอฟเอ เริ่มเดินหมากก้าวแรกเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยการทาบทาม แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ สตีเว่น พบร์ราร์ด มาเป็นเลิศในสตาฟฟ์ผู้ฝึกสอนของทัพทรี ไลออนส์ โดยพร้อมยื่นมือช่วยเหลือสุดกำลังสำหรับการสอบใบอนุญาตการเป็นผู้ฝึกสอนยังมี แอชลี่ย์ วัวล ด้วยอีกคนที่ได้รับจดหมายชวนจากเบื้องบนให้เป็นทีมงานของกุนซือเซาธ์เกต
หรือสองวีกก่อน เซาธ์เกตอยากได้ให้สองญาติพี่น้องตระกูลเนวิลล์ใครคนหนึ่ง จะเอ็งปรี่หรือฟิลก็ได้ มาหน้าจอยด้วยกันแม้เป็นได้ มีหมายงานให้ทำเยอะไปหมด หนึ่งในนั้นเป็น ดูแลกลุ่มชาติอังกฤษ ยู-21
ครับ อดีตนักฟุตบอลกลุ่มชาติกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแผนงานผู้บริหารเอฟเอ ที่อยากได้ยกระดับวงการบอลอังกฤษให้เจริญรุ่งเรืองจากจุดเดิมที่เป็นอยู่
ตีความหมายให้กระจ่างแจ้งขึ้นอีกก็คือ เอฟเอ หวังใช้ความเป็นอดีตสตาร์ดังระดับตำนานของประเทศ ซึ่งมากมายด้วยประสบการณ์โชกโชนมาช่วยโน้มน้าวแข้งรุ่นน้องให้ฮึกเหิมสู่เพื่อชาติของตัวเอง รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ทั้งในสนามแล้วก็นอกสนามที่พึงจะมีอย่างพบร์ราร์ดถ้าหากได้มาเป็นเลิศในทีมงานสตาฟฟ์ก็อาจถ่ายทอดจุดเด่นตัวเองสู่รุ่นน้อง… การรู้เรื่องแท็กติกแล้วก็รู้เรื่องในหน้าที่ จินตนาการในการจ่ายแล้วก็การยิงหัวจิตหัวใจไม่ยอมแพ้จนกระทั่งหมดเวลาอย่างแลมพาร์ดถ้าหากได้มาเป็นเลิศในทีมงานสตาฟฟ์ก็อาจถ่ายทอดจุดเด่นตัวเองสู่รุ่นน้องว่า… การเล่นแน่ๆ ไม่หวือหวา แต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการเติมเกมขึ้นสูงเหมือนกองหน้าคนที่สองหรือการจ่ายบอลเน้นย้ำความแม่นยำปัจจุบัน ถึงคิวของ จอห์น เทอร์ปรี่ ตำนานแข้งเชลซีแล้วก็อดีตกองหลังกลุ่มชาติอังกฤษกัปตันสิงห์บลูส์ เป็นจุดมุ่งหมายปองของเอฟเออีกคน แม้เดี๋ยวนี้ยังอยู่ภายใต้ขึ้นอยู่กับเชลซีอยู่ก็ตามแต่
แต่เจหนยังไม่รู้จักโชคชะตาตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าจะทำตามไรต่อดี เดินซ้ายหรือไปขวา หยุดหรือไปต่อ กระนั้นที่แน่ๆเลยก็คือได้โอกาสสูงที่จะล่ำลา ด้วยเหตุว่าซีซั่นนี้ตกตรวจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ จนกระทั่งตกเป็นตัวสำรองถาวร
แถมข้อตกลงของเจ้าตัวที่ทำเอาไว้ครั้งปัจจุบันก็จะหมดลงหลังจบซีซั่นนี้ด้วย เหตุการณ์ก็เลยไม่แน่นอน เหมือนยืนเก้กังระหว่างทางแยก
เป็นได้ทั้งตัดสินใจห้อยสตั๊ดในทันทีหลังฤดูนี้รูดม่านจบหรือไปโกยเงินหยวนที่จีนหรือสะกดรอยแลมพ์สกับเจิดปิดจ๊อบสายอาชีพที่เมเจอร์ลีก สหรัฐฯทำตามไรต่อดีกับชีวิต?
จุดนี้เองที่เอฟเอหวังชุบมือเปิบทองนี้ทาบทามให้เจหนเข้ามาร่วมงานเป็นเลิศในสตาฟฟ์ผู้ฝึกสอนกลุ่มชาติกับอดีตแข้งกลุ่มชาติรุ่นเดียวกันตามแนวทางของชมรม
เอาเข้าจริงๆตัวของเจหนเองก็อาจสนใจหน้าที่หน้าที่การเป็นผู้ฝึกสอนอยู่บ้าง ไม่งั้นอาจไม่เริ่มออกสตาร์ตเรียนวิชาผู้ฝึกสอนไปบ้างแล้วหรอก
สมมุติครับสมมุติ ถ้าหากกองหลังวัย 36 ปี เซย์เยสขึ้นมาจริงๆทางเอฟเออาจวิ่งเต้นช่วยทุกทางแหงๆ

อย่างกับเคสของแลมพาร์ด กับ พบร์ราร์ด ที่เอฟเอล็อกเป้าเอาไว้ว่า อยากได้จริงอยากได้ตัวจริงมั่นใจว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกว่าใครๆแล้วก็พร้อมยื่นมือช่วยเหลือสุดกำลัง
ว่ากันว่าเอฟเอจัดแจงยื่นข้อเสนอแล้วก็จังหวะให้อดีตสองกองกลางสิงโตคำรามเดินเข้าสู่เส้นทางลัดของการเป็นผู้ฝึกสอนหรือผู้จัดการกลุ่มในอนาคตข้างหน้า
รู้ไหมว่าแต่ก่อนเอฟเอไม่เคยเสนอทางซิกแซ็กในการฝึกฝนให้อดีตผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษคนใดกันแน่มาก่อน
ด้วยเหตุว่าธรรมดาตามหลักสูตรสู่การเป็นกุนซือจะต้องผ่านการเรียนฝึกซ้อมแล้วก็ใช้เวลาอย่างเร็วสุด 4 ปี แต่เคสของทั้ง แลมพาร์ด, พบร์ราร์ด เหมารวมถึง เจหน เอาไว้ด้วยคน มีความแตกต่างกันออกไป
โดยเอฟเอจัดแจงพังกำแพงของกฏดังที่กล่าวผ่านมาแล้วทิ้งให้เป็นเคสพิเศษ ด้วยการบอกกับทั้ง แลมพาร์ด กับ พบร์ราร์ด ว่าทั้งสองจะใช้เวลาอบรมเข้าคอร์สเพียงสองปีเท่านั้น! เจหนก็อาจเช่นกัน
ไม่ใช่ เอฟเอฝ่ายเดียวที่ต้องการ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต ก็หวังจะได้ร่วมงานกับนักฟุตบอลมากประสบการณ์อย่าง เทอร์ปรี่ แล้วก็ ไปถึงเป้าหมายมาแทบทุกรายการกับเชลซี
อดีตกุนซือมิดเดิ้ลสโบรช์มั่นใจว่าแคแรกเตอร์หัวหน้าแล้วก็ผู้ชนะของเจหนจะเข้ามาช่วยเพิ่มแรงใฝ่สูง ความหิวกระหายให้รุ่นน้องอย่าง เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ เคน, เอริก ถางเออร์, จอห์น สโตนส์ หรือ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้แน่ๆเป็นได้มั้ย? ก็พอเพียงเป็นไปได้ครับ
แม้ระหว่าง เอฟเอ กับ เจหน เคยมีเรื่องแตกกันกันมาก่อนผลพวงจากคดีเหยียดผิว แอนทอน เฟอร์ดินานด์ กองหลังคิวพีอาร์จนกระทั่งหยุดการคว้าหมวกกลุ่มชาติเพียงแค่ 78 ใบ รีไทร์ตัวเองปี 2012 แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
นอกเหนือจากเอฟเอพร้อมคุยเปิดใจแล้วก็เชื่ออีกว่ากุนซือสิงโตคำรามคนเดี๋ยวนี้พร้อมสมัครใจเป็นกาวใจให้ทั้ง เอฟเอ แล้วก็ เจหน หันมาจูบปากคืนดี
ไม่ใช่แค่นั้น สตีฟ ฮอลแลนด์ มือขวาคนใหม่ของเซาธ์เกตจะเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ชักจูงเจหนให้ตอบรับงานนี้
อย่าลืมว่า ฮอลแลนด์ซึ่งจัดแจงรับบทบาทนี้เต็มกำลังหลังจบซีซั่น 16/17 มีความเกี่ยวเนื่องอันดีกับเทอร์ปรี่จากการร่วมทุกข์ร่วมสุขที่รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงสนิทสนมปรองดองกับแลมพาร์ดด้วยอีกคน
แม้กระนั้น ทุกสิ่งขึ้นกับการตัดสินใจของเทอร์ปรี่ผู้เดียวว่าจะเลือกชีวิตตัวเองในทิศทางใด
เขาอาจเลือกห้อยสตั๊ดเอาไว้บนหิ้งในทันทีหรือชะลอเป็นสุนัขล่าเนื้อต่ออย่างน้อยอีกปีในอีกลีกที่ผิดแผกแตกต่าง
กระนั้นก็ดีแล้ว เพียงแค่ข่าวเอฟเอเล็งดึงเจหนผนึกกำลังกับแลมพ์สแล้วก็เจิดก็เรียกเสียงฮือฮาได้มากพอสมควร คนไม่ใช่น้อยมองดูในทางบวกมากกว่าแง่ลบ