กลยุทธ์ดึงหงส์จากหลุม

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลในเวลานั้น หากเป็นคนป่วยติดเตียง อาการมีแต่ทรงกับทรุด
แพ้คาบ้านสองครั้งต่อๆกัน ในขณะที่ก่อนโดนสวอนซีบุกคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแวววาวด์ลี่ พรีเซนต์ ยินดีเสนอผลงานไม่มีพ่ายในแอนฟิลด์ ช้านานข้ามปี
ความเป็นจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความปราชัยที่ยุติเส้นทางไปเวมบลีย์ เพราะว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่เพิ่งแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้"
แต่ประเด็นที่ว่ามันกำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับลิเวอร์พูล จากชัยชนะเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะโรคหืดจับเหนือกลุ่มต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมมีความรู้สึกว่าทุกคนคงพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความเห็นหาทางออก เพราะว่าในเมื่อเหตุการณ์เลวร้ายมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยนแปลง รวมทั้งฉุดกลุ่มให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้งผมรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ รวมทั้งวิธีการให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในขณะที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เพราะว่าจนถึงตอนนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่กลุ่มเดียวจาก 7 นัด รวมทั้งต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำกลุ่มระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนกระจ่างแจ้งว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายๆกัน ไม่ถึงขั้นว่าต้องเหมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกมาจากตำแหน่ง รวมทั้งเปิดช่องให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาปฏิบัติการจะดูได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่แข่งให้ฉีกขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมถึงไคลน์ พากันหายเข้าก้อนเมฆไปด้วยเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังซุกซนยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ รวมทั้งขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แต่ตลอด 45 ที่นาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดู อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วยซ้ำ เพราะว่าการแก้แบบหนึ่งมักนำมาซึ่งปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมด้านขวายังบอดอย่างเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นได้ดิบได้ดีระดับหนึ่ง แต่เขาควรจะหามความคาดหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
กระทั่งช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตำหนินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างช่องทางได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งควรจะเห็นสกอร์อย่างต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกครั้งต่อจากนัดแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 รวมทั้งเมื่อไม่ได้ผลถึงค่อยคิดเปลี่ยนแปลง
กับสวอนซีต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลมิได้เริ่มต้นด้วยผล 0-0 ครับผม แต่ตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุไรถึงปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาแค่ 45 นาทีท้ายที่สุด
2. นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์อาจต้องปรับขั้นตอนการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยวิเคราะห์ในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการเล่าเรียนเกมนัดชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีคุณย่า เขาเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเฉาปลาย รีบไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เหมือนกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามสมัย กับฮอลแลนด์, เกาหลีใต้ รวมทั้งรัสเซีย รวมถึงเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งทายในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมรวมทั้งการฝึกหัดที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะมีผลให้ลิเวอร์พูลตรากตรำในตอนครึ่งฤดูข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางคนสั่นหน้าไม่เชื่อแต่ข้างหลังเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักฟุตบอลดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง รวมทั้งแพ้บ่อยครั้งขึ้นในการฉกฉวยบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัด ที่เห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เหมือนในทีแรกๆที่คล็อปป์เข้ามาคุม รวมทั้งถือว่ากดดันกลุ่มเยี่ยมได้พอเหมาะพอควร
แต่ก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นพักๆไม่สม่ำเสมอ เหมือนจะบีบได้แล้ว แต่ท้ายที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลต้องถูกตั้งข้อซักถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงสารภาพเถิดว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่เพียงพอจะประมือกับอีก 4-5 กลุ่มบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีกลุ่ม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองผู้ใด แต่อย่างที่เห็นเมื่อเกมไปสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม รวมทั้งคล็อปป์เกือบจะไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนแปลงช้าเกินความจำเป็น แทนที่จะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์อาจไม่มั่นใจว่าผู้เล่นสำรองจะปฏิบัติงานได้ดียิ่งกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในตอนมกราคม อาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ รวมทั้งเขาก็มีส่วนเหมาะสมว่ามันมิได้หาซื้อกันกล้วยๆเหมือนที่หลายๆคนคิด ด้วยเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมดินแดนกึ่งกลาง บางคราวเงื่อนไขบางข้อ ของดีราคาถูกเกินความจำเป็นก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดียิ่งกว่าปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตา
4. ทำทุกสิ่งอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่จะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยกลุ่มจากการไปทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพมิได้ประชดครับผม รวมทั้งผมคงไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยความเต็มใจอยากให้ไม่เข้ารอบแต่เวลารุ่งสางเลยด้วยซ้ำ ความคาดหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง ย่อยยับตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เพราะว่าเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำแต้มได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆเตรียมเจอกับ "หมอปราบผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเป็นต่ออยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงก.พ.